ผู้คนทั่วโลกไม่ได้มอง AI เพียงเป็นเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แต่กำลังมองมันในฐานะเครื่องมือที่อาจเปลี่ยน “คุณภาพชีวิต” ในวงกว้าง งานศึกษานี้รวบรวมคำตอบจากผู้ใช้ Claude จำนวน 80,508 คน จาก 159 ประเทศ และ 70 ภาษา โดย Anthropic ระบุว่าเป็นหนึ่งในงานศึกษาคุณภาพเชิงเปิดที่มีขนาดใหญ่และหลากหลายภาษามากที่สุดเท่าที่เคยมีมา
AI กำลังถูกประเมินโดยผู้คนด้วยคำถามที่ลึกกว่าคำว่า “เร็วขึ้นหรือถูกลงไหม” แต่เป็นคำถามว่า “AI ช่วยให้ฉันมีชีวิตที่ดีขึ้น มีงานที่มีความหมายขึ้น และมีอนาคตที่มั่นคงขึ้นหรือไม่” และเพราะเหตุนี้เอง ความเชื่อมั่น ความปลอดภัย ความรับผิดชอบ และการกำกับดูแล AI อย่างเหมาะสม จึงจะกลายเป็นปัจจัยชี้ขาดว่า AI จะได้รับการยอมรับในระยะยาวหรือไม่
ข้อค้นพบหลักคือ ความหวังของผู้คนต่อ AI กระจายอยู่ในหลายมิติ แต่ไม่ได้แยกเป็น “ฝ่ายมองบวก” กับ “ฝ่ายมองลบ” อย่างชัดเจน ตรงกันข้าม ความหวังและความกังวลมักอยู่ร่วมกันในคนคนเดียวกัน ผู้ตอบจำนวนมากบอกว่า AI ช่วยงานได้จริง ช่วยลดภาระทางความคิด และช่วยให้มีเวลาไปทำสิ่งที่สำคัญกว่า แต่ในเวลาเดียวกันก็กลัวเรื่องการพึ่งพามากเกินไป การสูญเสียทักษะ การแทนที่งาน และการที่มนุษย์อาจควบคุมเทคโนโลยีนี้ไม่ได้ดีพอ
ในด้าน “สิ่งที่ผู้คนต้องการจาก AI” หมวดที่ใหญ่ที่สุดคือ ความเป็นเลิศในการทำงาน คิดเป็น 18.8% ตามมาด้วย การเปลี่ยนแปลงตนเองเชิงบวก 13.7% และ การจัดการชีวิตประจำวัน 13.5% นอกจากนี้ยังมีความต้องการเรื่อง อิสรภาพด้านเวลา 11.1% และ ความมั่นคงทางการเงิน 9.7% ด้วย ภาพรวมนี้ชี้ว่า AI ถูกมองไม่ใช่แค่เครื่องมือทำงานเร็วขึ้น แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยลดภาระ ช่วยคืนเวลา ช่วยดูแลชีวิต และช่วยขยายโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับผู้คนจำนวนมาก
อีกประเด็นสำคัญคือ ผู้คนจำนวนมากไม่ได้มอง productivity เป็นเป้าหมายสุดท้าย แต่เป็น “สะพาน” ไปสู่ชีวิตที่ดีขึ้น เช่น การใช้ AI จัดการอีเมลหรือภาระงาน ไม่ได้หมายถึงอยากทำงานมากขึ้นเสมอไป แต่หมายถึงอยากมีเวลาให้ครอบครัว อยากลดภาระทางจิตใจ หรืออยากมีพื้นที่สำหรับการเรียนรู้และการดูแลตนเองมากขึ้น Anthropic สรุปว่า ประมาณหนึ่งในสามของวิสัยทัศน์ทั้งหมดเกี่ยวกับการใช้ AI คือการ “ทำให้ชีวิตดีขึ้น” ผ่านการลดภาระเดิมของมนุษย์ และอีกส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการทำงานให้มีความหมายมากขึ้น ไม่ใช่เพียงการทำงานให้เร็วขึ้นเท่านั้น
ในด้านผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นแล้ว บทความระบุว่า 81% ของผู้ตอบบอกว่า AI ได้ช่วยพาเข้าใกล้วิสัยทัศน์ที่ตนต้องการแล้วในบางระดับ ซึ่งเป็นสัญญาณว่าคนจำนวนมากเริ่มสัมผัส “คุณค่าเชิงจริง” จาก AI ไม่ใช่เพียงความคาดหวังในอนาคต หมวดผลลัพธ์ที่เห็นชัดที่สุดคือ productivity ซึ่งคิดเป็น 32% ของประสบการณ์เชิงบวกที่ผู้ตอบเล่าไว้ เช่น การเร่งงาน การลดงานซ้ำซ้อน และการช่วยจัดการภารกิจประจำวันให้มีประสิทธิภาพขึ้น
ในเชิงยุทธศาสตร์ บทความนี้บอกผู้บริหารอย่างชัดเจนว่า ความต้องการของผู้ใช้ต่อ AI กำลังกว้างกว่ากรอบเดิมที่มอง AI เป็นเพียงเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพองค์กร ผู้คนต้องการ AI ที่ช่วยให้ “ทำงานดีขึ้น” แต่ก็ต้องการ AI ที่ช่วย “ใช้ชีวิตดีขึ้น” เช่นกัน ดังนั้น องค์กรที่ออกแบบและใช้ AI ได้ดีในอนาคต จะไม่ใช่องค์กรที่เน้น automation เพียงอย่างเดียว แต่ต้องเป็นองค์กรที่เข้าใจความคาดหวังเชิงมนุษย์ ความกังวลเชิงจริยธรรม และผลกระทบเชิงสังคมของ AI ไปพร้อมกัน
ลงทะเบียนเพื่อรับข่าวสาร รายละเอียดการเข้าถึงบทความทางวิชาการ Executive Briefing ภาษาไทย จากงานวิจัยเรื่อง “ธรรมาภิบาล AI และการประเมินธรรมาภิบาลการใช้ AI ขององค์กรในประเทศไทย” ซึ่งมุ่งพัฒนาแนวทางและเครื่องมือประเมินธรรมาภิบาล AI ระดับองค์กรที่เหมาะสมกับบริบทขององค์กรไทย และเชื่อมโยงกับแนวทางสากล เช่น ISO/IEC 42001:2023 รวมถึงกิจกรรมเผยแพร่ผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้องได้ที่ www.aigovernancecenter.org/register-ai-governance-report